เปลี่ยนหมอนกี่ใบก็ไม่หายปวดคอ? ไขความลับเลือก “หมอนสุขภาพ” ที่ใช่!
เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาซื้อหมอนมาเปลี่ยนไม่รู้กี่ใบ แต่ก็ยังตื่นมาปวดคอ ปวดไหล่ หรือแม้แต่ปวดหลังอยู่ดี เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะเราไม่ได้เลือก “หมอนสุขภาพ” ที่ออกแบบมาตอบโจทย์สรีระและพฤติกรรมการนอนของตัวเองอย่างแท้จริง บล็อกนี้จะพาคุณไปไขความลับการเลือกหมอนสุขภาพให้ตรงใจและตรงสรีระของคุณกัน
แนะนำผู้เขียน
คุณโบว์ วรัญญา
Senior pillow advisor
ผู้เชี่ยวชาญด้านหมอนและการนอนหลับ ผ่านหลักสูตรการอบรมขั้นสูงจากสถาบัน Sleepeace ประเทศญี่ปุ่น ดูแลโดยอาจารย์ Miho Mihashi ผู้มีประสบการณ์และความรู้ลึกซึ้งในเรื่องของการนอนหลับและการเลือกหมอนที่ถูกต้อง โดยการเรียนรู้ในหลักสูตรนี้มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการนอนหลับที่มีคุณภาพและการเลือกหมอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล เพื่อให้ทุกคนสามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพและสบายที่สุด นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมเพิ่มเติมในการปรับหมอนให้เหมาะกับสรีระและลักษณะการนอนของแต่ละบุคคล เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
Table of Contents
3 สาเหตุหลักที่ทำให้ ตื่นมาปวดคอ แม้จะเปลี่ยนหมอนบ่อยครั้ง
หากตื่นมาแล้วพบว่าคอ บ่า ไหล่ของคุณปวด ตึง หรือเกร็ง แสดงว่ากล้ามเนื้อบริเวณนั้นต้องทำงานหนักตลอดคืนแทนที่จะได้พักผ่อน และหนึ่งในสาเหตุหลักก็คือ “หมอน” เพราะหมอนมีหน้าที่สำคัญในการรองรับคอ บ่า ไหล่ พร้อมปรับระดับความสูงของศีรษะและลำตัวให้เหมาะสม หากหมอนที่ใช้อยู่ไม่สอดรับกับสรีระหรือไม่ซัพพอร์ตต้นคอเพียงพอ ก็อาจทำให้นอนผิดท่าและตื่นมาพร้อมอาการปวดเกร็งทุกเช้าได้ง่าย ๆ นั่นเอง
สาเหตุที่ 1 ความสูงของหมอนไม่เหมาะกับสรีระผู้นอน
- หมอนสูงหรือต่ำเกินไป: หมอนที่สูงเกินไปจะทำให้คอพับงอมากเกินไป เกิดการเกร็งและอาจมีอาการเจ็บ บางคนอาจตื่นมาพร้อมอาการปวดหัวและปวดต้นคอ ในทางกลับกัน หมอนที่เตี้ยเกินไปจะไม่สามารถรองรับต้นคอได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดอาการปวดไหล่หรือปวดหลังช่วงบนได้
- การรองรับสรีระไม่เพียงพอ: หมอนที่เป็นทรงแบนหรือยวบเกินไป จะไม่สามารถพยุงกระดูกคอให้อยู่ในแนวที่ถูกต้องตามธรรมชาติ ทำให้เกิดอาการปวดคอเรื้อรังได้ การเลือกหมอนที่มีวัสดุที่สามารถปรับรูปทรง และกระชับเข้ากับต้นคอจึงมีความสำคัญมาก
การกะความสูงของหมอนด้วยตัวเองมักจะคลาดเคลื่อนได้ง่ายนี่คือเหตุผลที่การให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวัดความลึกของกระดูกคออย่างละเอียดจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาตื่นมาปวดคอได้ตรงจุดที่สุด
สาเหตุที่ 2 หมอนไม่สามารถรองรับสรีระได้
- รูปทรงหมอน ไม่เหมาะกับรูปทรงศีรษะ: การที่หมอนไม่สามารถรองรับส่วนโค้งของกระดูกคอได้อย่างเหมาะสม จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอต้องทำงานหนักตลอดคืนเพื่อประคองศีรษะ ซึ่งนำไปสู่อาการปวดเมื่อยและเกร็งในที่สุด
- วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน: หมอนที่ทำจากวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพ หรือเสื่อมสภาพแล้ว เช่นยุบตัว หรืออัตราคืนตัวต่ำเกินไป อาจไม่สามารถให้การรองรับที่เหมาะสมได้ บางทีตื่นเช้ามาไส้หมอนอาจหนีหายไปอยู่ริมๆหมอนหมด จนเหมือนคุณไม่ได้หนุนหมอนอยู่
สาเหตุที่ 3 วัสดุของหมอนไม่ระบายอากาศได้
- หมอนอับชื้น: หากหมอนทำจากวัสดุที่ไม่ระบายอากาศ หรือมีการสะสมความชื้น อาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพการนอนหลับ
- นอนหลับไม่สนิท: แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เกิดอาการปวดคอโดยตรง แต่หมอนที่ไม่ระบายอากาศอาจทำให้นอนหลับไม่สนิท ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น และอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่าตึงได้ในระยะยาว
ทำไมหมอนสุขภาพที่คนอื่นว่าดี ไปลองนอนแล้วไม่เห็นดีแบบที่เค้าว่าเลย?
เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างสรีระโดยเฉพาะความโค้งของกระดูกต้นคอ(S-Curve)ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดช่วงคอ ความกว้างของไหล่ และท่าที่คุ้นเคยในการนอน หมอนที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของคนหนึ่ง อาจไม่ตอบโจทย์หรือสบายสำหรับอีกคน แม้จะถูกยกย่องว่า “ดีมาก” ก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่อง “กระดูกต้นคอและกระดูกสันหลัง” เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากหมอนสูงหรือต่ำเกินไป กระดูกต้นคอจะถูกบิดให้อยู่ในมุมที่ผิด ทำให้เกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรังได้ง่าย ดังนั้น การเลือกหมอนสุขภาพจึงต้องคำนึงถึงการรักษาแนวกระดูกต้นคอและสันหลังให้อยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
การเลือกหมอนตามท่านอน
อาจมีบางท่านที่ติดนอนบางท่า เช่นชอบนอนตะแคง ถ้านอนหงายนอนไม่หลับ หรือชอบนอนคว่ำอย่างเดียว ให้ใช้เทคนิคนี้ในการเลือกหมอนสุขภาพ
- นอนตะแคง: เลือกหมอนที่มีความสูงเพียงพอให้คออยู่แนวเดียวกับกระดูกสันหลัง เพื่อไม่ให้คอเอียงขณะนอนตะแคงข้าง
วิธีสังเกต: ลองให้คนใกล้ตัวช่วยสังเกตมุมของคอขณะนอน หากหมอนสูงเกินไป คอจะเชิดขึ้น แต่ถ้าหมอนเตี้ยไป คอจะก้มลง สำหรับการนอนตะแคง หมอนที่พอเหมาะจะทำให้กระดูกคอและกระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรงเดียวกัน
- นอนหงาย: เลือกหมอนที่มีส่วนโค้งเว้ารองรับต้นคอและท้ายทอย โดยไม่ให้ศีรษะเงยหรือก้มจนเกินไป
วิธีสังเกต: ลองให้คนใกล้ตัวช่วยดูมุมของคอและใบหน้าเมื่อนอน หากหมอนสูงเกินไป คุณจะก้มหน้ามากกว่าในท่ายืนปกติ แต่ถ้าเตี้ยเกินไป ใบหน้าจะเงยขึ้นมากผิดธรรมชาติ ควรเลือกความสูงที่ทำให้คอและศีรษะอยู่ในมุมใกล้เคียงกับท่ายืนที่สุด
- นอนคว่ำ: ควรใช้หมอนที่บาง เพื่อไม่ให้ศรีษะแหงนสูงขึ้นมากนัก ควรเลือกวัสดุมีความนุ่มเพราะต้องแนบกับใบหน้าโดยตรง และเลือกวัสดุที่ระบายอากาศได้ดีมากๆ เพื่อ ให้หายใจได้สะดวกขณะนอนคว่ำ
วิธีสังเกต: ลองให้คนใกล้ตัวช่วยสังเกตมุมของคอขณะนอน หากหมอนสูงไปตัวคุณจะแอ่นขึ้น และหากหมอนต่ำไปคอและศีรษะจะโค้งลงต่ำกว่าระดับช่วงบ่า ควรเลือกหมอนที่เมื่อนอนแล้วลำตัว ต้นคอและศีรษะขนาดกันเป็นแนวตรง
อย่างไรก็ตาม การเลือกหมอนตามท่านอนเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะร่างกายเรามีการพลิกตัวอัตโนมัติระหว่างการหลับเพื่อกระจายแรงกดทับของร่างกาย ดังนั้น เลือกหมอนที่ “เหมาะกับสรีระ” โดยรวมจะดีกว่าการเลือกเฉพาะตามท่านอนเป็นหลัก
วิธีเลือกหมอนสุขภาพให้หายปวดคอจริง ๆ สักที
แทนที่จะเลือกหมอนจากท่านอนเพียงอย่างเดียว ควรคำนึงถึงหลักการรองรับสรีระเป็นสำคัญ ให้หมอนรองรับได้ทั้งการนอนหงายและตะแคงข้างเมื่อคุณพลิกตัวไปมาระหว่างคืน แบบนี้ถึงจะเรียกว่าหมอนสุขภาพจริง ๆ
1. รองรับกระดูกต้นคอและกระดูกสันหลังในแนวที่ถูกต้อง
- เมื่อเอนตัวลงนอน ศีรษะถึงคอควรตั้งตรงได้ระดับพอดี เหมือนการเลือกหมอนด้วยวิธีการนอนหงายบวกกับวิธีการนอนตะแคงข้าง
วิธีสังเกต: ขณะนอนไม่ควรรู้สึกว่าศีรษะก้มลงหรือหน้าแหงนขึ้นจนอึดอัดและควรหายใจสะดวกขณะนอน
2. รองรับการพลิกตัว
- หมอนควรมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นพอที่จะปรับเข้ากับท่านอนที่เปลี่ยนไป โดยยังคงรักษาคอให้ไม่บิดหรืองอผิดรูป
3. วัดขนาดคอหรือวัดระยะระหว่างไหล่กับคอ
- ลองวัดความกว้างจากฐานคอถึงไหล่ หรือดูความสูงขณะนอนตะแคง เพื่อช่วยประเมินว่าหมอนที่เหมาะสมควรสูงประมาณไหน
- หากหมอนสูงเกิน ทำให้คอเอียงลงมาตลอดคืน หรือถ้าหมอนแบนเกินไป ก็ทำให้คอแอ่นมากเกินความจำเป็น
ในข้อนี้แนะนำให้คุณพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ หรือ pillow advisor ที่ผ่านการอบรมจากญี่ปุ่นดีกว่า เพราะการวัดขนาดสรีระจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คุณสามารถหาความสูงของหมอนที่เหมาะกับสรีระที่สุด
เลือกวัสดุที่ใช้ทำหมอน
วัสดุต่าง ๆ มีจุดเด่นและคุณสมบัติไม่เหมือนกัน การเลือกให้เหมาะสมกับสรีระและความชอบส่วนตัวจะช่วยให้การนอนสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ควรพิจารณาด้านการระบายอากาศ ความทนทาน และการดูแลรักษาร่วมด้วย เพื่อให้หมอนสุขภาพของคุณมีอายุการใช้งานยาวนานและคุ้มค่า
1. เมมโมรีโฟม (Memory Foam)
ยืดหยุ่นตามรูปศีรษะและคอ ช่วยกระจายแรงกดทับได้ดี แต่ก็มีข้อเสียคือ ระบายอากาศไม่ค่อยดี จึงอาจกักเก็บความร้อน นอกจากนี้ยังไวต่ออุณหภูมิแวดล้อม ทำให้อากาศเย็นจะทำให้หมอนแข็งแน่น ส่วนเมื่ออากาศร้อน หมอนจะนิ่มยวบมากกว่าปกติ ไม่สามารถซักได้
2. ยางพารา (Latex)
มีความแน่นและยืดหยุ่นสูง จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบสัมผัสค่อนข้างกระชับ แต่เนื่องจากน้ำยางมีลักษณะแน่น ทำให้ระบายอากาศได้ไม่ค่อยดี จึงต้องเจาะรูในหมอนเพื่อช่วยถ่ายเทอากาศ อีกทั้งยังอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไวต่อกลิ่น เพราะยางพารามีกลิ่นเฉพาะตัวตามธรรมชาติ ไม่สามารถซักได้
3. โฟมเจลเย็น (Gel-infused Foam)
เป็นโฟมที่ผสานเจลเพื่อช่วยกระจายความร้อน จึงไม่ค่อยรู้สึกร้อนอบอ้าวเวลานอน อย่างไรก็ตาม วัสดุเจลมักเสื่อมสภาพได้ไว ทำให้อายุการใช้งานสั้นและต้องดูแลอย่างระมัดระวัง เพราะขึ้นราได้ง่าย อีกทั้งยังไม่สามารถซักหรือตากแดดได้
4. ใยสังเคราะห์หรือไมโครไฟเบอร์
เนื้อสัมผัสนุ่ม แต่ค่อนข้างยวบ รองรับได้น้อยกว่าวัสดุอื่น ๆ อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดคอเรื้อรัง อายุการใช้งานสั้น แฟบแบนได้ง่าย แต่ระบายอากาศได้ดีและซักได้
5. ไปป์ (Pipe)
เป็นวัสดุไส้หมอนจากญี่ปุ่นที่เน้นความยืดหยุ่นและการซัพพอร์ต มีหลากหลายรูปทรง เช่น ทรงท่อคล้ายหลอด ทรงกลม หรือทรงสปริง เนื้อวัสดุเบาและมีขนาดเล็กจึงขยับตัวเข้าเติมช่องว่างต้นคอได้ดี ระบายอากาศสูงไม่อับชื้น ไม่ยุบตัว สามารถล้างน้ำได้ ไม่กักไรฝุ่นและไม่ดึงดูดมด แมลง
6. ไม้สนฮิโนกิ (Hinoki wood)
โดยการนำไม้มาตัดเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็ก แล้วกรอขอบทุกด้านให้โค้งมน (ไม่ใช่ขี้เลื่อยอัด) หมอนจะเคลื่อนตัวตามสรีระขณะพลิกตัว จึงช่วยนวดศีรษะ และล็อกต้นคอได้ดี มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด รักษาอุณหภูมิคงที่ 23 องศา ให้ศีรษะเย็น ล้างน้ำทำความสะอาดได้ และไม่มีมด แมลง (ปลวกไม่กิน)
พนักงานผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมโดยตรงจากอ.มิตซูฮาชิ มิโฮะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจากญี่ปุ่น จะทำการวัดความลึกของต้นคอคุณอย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับ'หมอนสั่งตัด(Custom-made Pillow)'ที่ช่วยให้ตื่นมาแบบไร้อาการปวดคอ
สรุป
การจะเลือกหมอนสุขภาพให้ช่วยลดอาการปวดคอได้จริง ไม่ได้ขึ้นกับชื่อเสียงหรือคำบอกต่อเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงสรีระ โครงสร้างกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง และวัสดุที่เหมาะสม การวัดและทดสอบด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ จะช่วยให้คุณเจอหมอนที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง และในที่สุดก็จะได้ตื่นมาพร้อมกับความสบาย หายปวดคอ บ่า ไหล่ได้สักที!