Posted on Leave a comment

เรื่องราวของ “หมอน”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

Kenko Shop ให้คำนิยามไว้ว่า

"หมอนที่ดี = หมอนที่เหมาะกับตัวเอง"​

หมอนที่ดีนั้น ย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล เพราะแต่ละคนสรีระร่างกายไม่เท่ากัน ด้วยเหตุนี้ถึงแม้จะมีโฆษณาอวดอ้างประสิทธิภาพหมอนดีแค่ไหน เช่น “หมอนใบนี้ดีมีประสิทธิภาพป้องกันการตึงที่ไหล่”

นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ผลกับทุกคนเสมอไป นอกจากนี้ หมอนที่มีราคาเเพง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรองรับกระดูกสันหลังส่วนคอของคุณได้พอดีเช่นกัน

เมื่อก่อนเรามักใช้เพียงอะไรก็ได้มาหนุนนอนทำเป็นหมอน หรือใช้หมอนที่ครอบครัวเลือกให้โดยไม่ได้เอาใจใส่เท่าที่ควร แต่การทำเช่นนี้เอง จะส่งผลให้เกิดอาการเกร็งบริเวณต้นคอ บ่าไหล่ จากการใช้หมอนที่ไม่พอดี และเริ่มเกิดอาการปวดต้นคอ…

หมอนคือเพื่อนคู่หูชั่วชีวิต เนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอยู่ร่วมกันกว่า 1/3 ของชีวิต

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเอาใจใส่ เลือกหมอนอย่างพิถีพิถัน และต่อจากนี้ไปคือยุคสมัยของการที่แต่ละคนต้องเลือกหมอนของตนเองด้วยตนเอง
ซึ่งเป็นการเลือกหมอนที่เข้ากันกับเรา ไม่ใช่การปรับศีรษะของเราให้เข้ากับหมอน”

ผู้คนจำนวนมากเกิดข้อสงสัยและเริ่มสอบถามเข้ามาว่า แล้วจะมีวิธีเลือกหมอนอย่างไร? (เหตุนี้เอง Kenko Shop จึงได้มี Made to order Pillow มีบริการวัดความลึกของกระดูกสันหลังส่วนคอให้แกลูกค้า เพื่อหาหมอนที่มีขนาด ความสูงพอดีกับลูกค้าที่สุด)

หมอนขนาดใหญ่ที่บรรจุฝ้ายหรือขนสัตว์ที่นิยมกันโดยทั่วไป แต่เดิมเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากฝั่งตะวันตก กล่าวได้ว่าเป็น 90% ของหมอนทรงแบนในปัจจุบัน ซึ่งการรับเอาหมอนขนาดดังกล่าว ไซซ์ยุโรปมาใช้โดยปราศจากการใครครวญนั้น เป็นบ่อเกิดของปัญหาการนอนหลับ

ก่อนอื่น ให้คุณลองพิจารณาว่า การนอนหลับของชาวตะวันตกและตะวันออกเหมือนกันหรือไม่?

สิ่งที่ Kenko Shop ตระหนักหลังจากทำธุรกิจเกี่ยวกับหมอนมากว่า 15 ปี ก็คือ ฝรั่งเเละชาวเอเชียมีความเเตกต่างกันด้านสรีระและความชอบอย่างของหมอนอย่างชัดเจน

 

ฝรั่งมีแนวโน้มจะชอบหมอนนุ่มนิ่ม ให้ความรู้สึกพองฟูน่าสัมผัสและมีขนาดใหญ่บรรจุด้วยขนนกและฝ้าย ฯลฯ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงแรม ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสัดส่วนสรีระเเละการชอบนอนคว่ำหน้าของผู้ใช้

เมื่อเทียบกันแล้ว ชาวเอเชียไม่เหมาะสำหรับการนอนหมอนประเภทพองฟูนิ่มสักเท่าไหร่นัก มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้หมอนดังกล่าวแล้วยิ่งทำให้มีอาการปวดต้นคอและปวดศีรษะมากขึ้น

เพราะเหตุนี้ชาวเอเชียในสมัยก่อนจึงใช้หมอนทรงกล่องสีเหลี่ยมใบเล็กๆ หรือหิน หรือวัตถุที่ภายในบรรจุใบไม้มาหนุนนอนเป็นหมอน ด้วยดีเอ็นเอของพวกเราจึงมีสิ่งเหล่านี้สะสมอยู่เสมือนเป็นสิ่งที่เหมาะสมและเข้ากันได้กับคนเอเชีย ต่อจากนี้ไปเราต้องแสวงหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรา มิใช่รับเอาวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามาโดยปราศจากการใคร่ครวยพิจารณาอย่างถ่องเเท้

ใส่ความเห็น